..........................................................................................

 

...ประวัติ ตำนานวันสงกรานต์...

 

 

 มีท่านเศรษฐีผู้หนึ่งไม่มีบุตรแต่ต้องการบุตรมาก

ด้วยถูกนักเลงสุราที่บ้านใกล้กันนั้น

กล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี

ท่านเศรษฐีจึงกล่าวถามว่า

"เหตุใดท่านจึง กล่าวดูถูกเราผู้มีสมบัติมาก"



นักเลงสุราตอบกลับว่า

 "ถึงแม้ท่านเป็นผู้มีสมบัติมาก

แต่ท่านก็ไม่มีบุตร

เมื่อเสียชีวิตแล้ว

สมบัติเหล่านี้ก็สูญเปล่า

เรานั้นมีบุตร ย่อมประเสริฐกว่า"

 

ท่านเศรษฐีจึงได้จัดพิธีบวงสรวงขอบุตร

จากพระอาทิตย์ และพระจันทร์

รอนานสามปีก็มิได้เกิดบุตร

เมื่ออาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ

ท่านเศรษฐีจึงพาบริวารไปบวงสรวง

ขอบุตรจากพระไทร

พระไทรมีความเมตตาสงสารเศรษฐีผู้นี้

จึงได้ขึ้นไปบนสวรรค์

ทูลขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐี 

พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลกุมารเทวบุตร

ลงมาเกิดเป็นบุตรของท่านเศรษฐี

 


          เมื่อภรรยาของท่านเศรษฐีคลอดบุตร

ท่านเศรษฐีได้ปลูกปราสาทเจ็ดชั้น

ให้อยู่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ

และตั้งชื่อให้ว่าธรรมบาลกุมาร

ธรรมบาลกุมารนี้เป็น เด็กที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างมาก

เรียนรู้ไตรเทพจบเมื่ออายุ ๗ ขวบ

อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ภาษานกได้อีก

ความดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงท้าวกบิลพรหม

ท่านจึงต้องการที่จะทดสอบปัญญาของธรรมบาลกุมาร

ท้าวกบิลพรหมจึงได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์

ถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อคือ

 


          ข้อที่ ๑ เช้าราศีสถิตอยู่แห่งใด

          ข้อที่ ๒ เที่ยงราศีสถิตอยู่แห่งใด

          ข้อที่ ๓ ค่ำราศีสถิตอยู่แห่งใด


 


          และตกลงกันว่า

ถ้าธรรมกุมารสามารถตอบปัญหา ๓ ข้อนี้ได้ ภายใน ๗ วัน

จะตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร

แต่ถ้าธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบปัญหาได้

ธรรมบาลกุมารต้องตัดศีรษะของตนบูชาท้าวกบิลพรหมเช่นกัน

 


          เวลาล่วงเลยไปถึง ๖ วัน

ธรรมบาลกุมารก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

ด้วยความกลัวอาญาท้าวกบิลพรหม

ธรรมบาลกุมาร จึงได้หนีไปแอบซ่อนอยู่ใต้ต้นตาล

และบนต้นตาลนั้นมีนกอินทรี ๒ ตัว ผัวเมียทำรังอยู่

นกอินทรีทั้งสองได้สนทนากันอยู่

ในเรื่องการออกไปหากินในวันพรุ่งนี้



นางนกอินทรี : "พรุ่งนี้เราจะไปหากินที่ไหนกันดี "


นกอินทรีตัวผู้ : "พรุ่งนี้เราไม่ต้องออกไปหากินไกลหรอก

ด้วยพรุ่งนี้ธรรมบาลกุมารจะต้องตัดศีรษะ

บูชาท้าวกบิลพรหม เนื่องจากตอบปัญหาไม่ได้"


นางนกอินทรี : "น่าสงสารกุมารน้อยยิ่งนัก

ท้าวกบิลพรหมก็ช่างถามปัญหาที่มนุษย์เกินจะตอบได้"

 


นกอินทรีรู้สึกหมั่นไส้นางนกอินทรีจึงได้บอกถึงคำตอบ

ที่ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารให้นางนกอินทรีได้รู้

 


นกอินทรีตัวผู้ : "ราศีแห่งมนุษย์นั้นจะสถิต

อยู่ที่ร่างกายต่างวาระกัน

คือ เวลาเช้าจะสถิตอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องล้างหน้า

เวลาเที่ยงราศีสถิตอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องปะพรมน้ำที่หน้าอก

และเวลาค่ำสถิตอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้า

จึงจะพ้นอัปรีย์จัญไรทั้งปวง"


         ธรรมบาลกุมารเมื่อได้ยินดังนั้น

ก็ได้จดจำคำตอบและนำไปบอกแก่ท้าวกบิลพรหม

ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรของตนบูชาธรรมบาลกุมาร

แต่เศียรของท้าวกบิลพรหมมีพิษมาก

คือ ถ้าตัดแล้วตั้งไว้บนแผ่นดิน แผ่นดินก็จะลุกเป็นไฟ

ถ้าโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าฝนก็จะตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล

และถ้าทิ้งลงมหาสมุทรน้ำก็จะเหือดแห้ง

ท้าวกบิลพรหมจึงรับสั่งเรียกธิดาทั้ง ๗

เพื่อให้นำเศียรของท้าวกบิลพรหมไปแห่ประทักษิณ

รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที

แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในมณฑปถ้ำธุลีเขาไกรลาศ

 

ครั้นครบกำหนด ๓๖๕ วัน

(โลกสมมุติว่าเป็น ๑ปี)

เป็นสงกรานต์ ซึ่งหมายถึงขึ้นปีใหม่นั้นเอง

 

นางสงกรานต์ก็จะต้องนำเศียรของท้าวกบิลพรหม

แห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี


ขอบคุณข้อมูลจาก .zabzaa.คอม

 

edit @ 11 Apr 2009 16:32:39 by wanpra

อ้อ !! เป็นอย่างนี้นี่เอง surprised smile Hot!

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#1 By JUMPER TOUR on 2009-04-11 16:42